Day 20 : 28/6/2559
วันจันทร์หยุดเทรด เนื่องจากมีควันหลงจากเหตุการณ์ Brexit เมื่อวันศุกร์ ก็เลยรอให้ราคาเข้าที่ และมาดูกราฟในวันอังคารแทน
วันนี้เข้าออเดอร์ในคู่ UCad ซึ่งราคาไม่ได้ถูกกระทบมากนัก และสามารถปิดกำไรได้ในไม้ที่ 2
สิ่งที่ต้องปรับปรุงคือ จำนวนไม้ที่ต้องเข้า และการวางเงิน เนื่องจากลองคำนวณแล้ว ถ้าวันนั้นเกิดเสีย Order ทั้งหมด Draw down ที่เกิดขึ้นจะอยู่ 75 %
ส่วนช่วงตลาด New York ได้ทดลองเล่น ตามระบบที่เรียนมาในคู่ UJ ซึ่งก็สามารถทำกำไรได้ในไม้ที่ 2 เช่น ทำให้มีการบ้านเพื่อในส่วนของการ Back test ระบบ เพื่อเล่นในตลาด New York ระยะสั้น
นอกจากนั้นยังเติมเงินเข้าไปอีก 850 ซึ่งเหลือจาก Skrill money และตั้งเป้าว่าจะเติมเงินเข้าไปทุกเดือนๆ ละ 1000 เพื่อเร่งให้ Port โตเร็วยิ่งขึ้น ก็ถือว่าเป็นการออมไปในตัวด้วย "ออมใน Forex"
วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2559
วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2559
Brexit
Brexit Vote จบลงไปแล้วด้วยประชามติให้ออกจาก EU ค่าเงินปอนด์ร่วงไปถึง 18000 pips ในช่วงระหว่างการนับคะแนน สัปดาห์หน้ากราฟคงเหวี่ยงแรงๆ หาแนวไม่เจอ อาจจะต้องหยุดเทรด ค่าเงิน EUR กับ GBP ไว้ก่อนในอาทิตย์หน้า รอดู After shock ว่าจะเป็นอย่างไร
19th Day
Day 19 : 24/6/2559
สัปดาห์แห่ง Brexit สัปดาห์แห่งความผันผวน ที่ต่างฝ่ายต่างใช้กลยุทธ์จนทำให้ตลาดเกิดความผันผวนทีเดียว โบรคเกอร์หลายสำนักปรับลด leverage เหลือเพียง 25-50 เท่านั้นเพราะกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย เหมือน USDCHF ที่ทำให้ FXCM แทบปิดโบรคกันทีเดียว
ถ้ามองที่กราฟ ยิ่งความผันผวนมาก ยิ่งล่อใจให้เราอยากเข้าไปรวมกินโต๊ะซ่ะจริง แต่90% เราจะถูกกินโต๊ะซ่ะเอง
ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงวิ่งเข้าไปรวมแบบเทหน้าตักแล้ว และออกมาก็เจ็บตัวทุกครั้ง แต่วันนี้ นั่งดูกราฟแล้วมีความสุข มองเห็นเม็ดเงินวิ่งกันอย่างมากมาย แต่้ราไม่ต้องการขนาดนั้น แค่ได้กำไรตามเป้าที่วางไว้ ตามแผนการที่วางไว้เป็นพอ เพราะเรารอคอยวันที่จะเติบโตในวันข้างหน้า ซึ่งกำลังจะมาถึงในอีกไม่นาน (ตั้งเป้าไว้ 2 ปี)
ถ้ามีใครกำลังอ่านบทความนี้อยู่ลองถามตนเองดูว่าจะทำอย่างไร วางแผนไว้อย่าง ก่อนเข้าถืออเดอร์ เพราะเราควรชนะตั้งแต่ยังไม่เข้าเทรด #ขอบคุณ Forex risk way
ผมทำงานอย่างหนักก่อนเข้าซื้อ และต้องทำต่อไป เพื่อพัฒนาตนเองและวิถีแห่งตนเองที่เรากำหนดไว้ ภาพอนาคตวันนี้ยังไม่ชัด แต่ภาพปัจจุบันชัดเจนขึ้น จนคล้ายๆว่าผมเริ่มจะเห็นอนาคตแล้ว
ทุกวันคือวันที่ดี.....
ปล. ปรึกษาได้ครับแค่ comment ทิ้งไว้ด้านล่าง (แล้วจะมีใครมาอ่าน เดียวนี้เค้าเล่น Facebook กันหมดแล้ว ฮา)
สัปดาห์แห่ง Brexit สัปดาห์แห่งความผันผวน ที่ต่างฝ่ายต่างใช้กลยุทธ์จนทำให้ตลาดเกิดความผันผวนทีเดียว โบรคเกอร์หลายสำนักปรับลด leverage เหลือเพียง 25-50 เท่านั้นเพราะกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย เหมือน USDCHF ที่ทำให้ FXCM แทบปิดโบรคกันทีเดียว
ถ้ามองที่กราฟ ยิ่งความผันผวนมาก ยิ่งล่อใจให้เราอยากเข้าไปรวมกินโต๊ะซ่ะจริง แต่90% เราจะถูกกินโต๊ะซ่ะเอง
ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงวิ่งเข้าไปรวมแบบเทหน้าตักแล้ว และออกมาก็เจ็บตัวทุกครั้ง แต่วันนี้ นั่งดูกราฟแล้วมีความสุข มองเห็นเม็ดเงินวิ่งกันอย่างมากมาย แต่้ราไม่ต้องการขนาดนั้น แค่ได้กำไรตามเป้าที่วางไว้ ตามแผนการที่วางไว้เป็นพอ เพราะเรารอคอยวันที่จะเติบโตในวันข้างหน้า ซึ่งกำลังจะมาถึงในอีกไม่นาน (ตั้งเป้าไว้ 2 ปี)
ถ้ามีใครกำลังอ่านบทความนี้อยู่ลองถามตนเองดูว่าจะทำอย่างไร วางแผนไว้อย่าง ก่อนเข้าถืออเดอร์ เพราะเราควรชนะตั้งแต่ยังไม่เข้าเทรด #ขอบคุณ Forex risk way
ผมทำงานอย่างหนักก่อนเข้าซื้อ และต้องทำต่อไป เพื่อพัฒนาตนเองและวิถีแห่งตนเองที่เรากำหนดไว้ ภาพอนาคตวันนี้ยังไม่ชัด แต่ภาพปัจจุบันชัดเจนขึ้น จนคล้ายๆว่าผมเริ่มจะเห็นอนาคตแล้ว
ทุกวันคือวันที่ดี.....
ปล. ปรึกษาได้ครับแค่ comment ทิ้งไว้ด้านล่าง (แล้วจะมีใครมาอ่าน เดียวนี้เค้าเล่น Facebook กันหมดแล้ว ฮา)
วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2559
18th Day
Day 18 : 22/6/2559
ช่วง 2 วันที่ผ่านมา เราได้ Back test ระบบใหม่ในคู่เงิน AU ผลปรากฎว่า win rate ไม้ที่ 1 อยู่ที่ 52% ส่วน win rate ไม้ที่ 2 อยู่ที่ 82% และ win rate ไม้ที่ 3 อยู่ที่ 100% โดยทดสอบตั้งแต่เดือน มกราคม ถึงปัจจุบัน ซึ่งโดยภาพรวมอยู่ในระดับที่พอใจ
นั่งไปนั่งมา เกิดไอเดียในการวางกลยุทธ์เรื่องการเงินกับพอร์ทขึ้นมาเลยทำไว้เป็น Model คราวๆ และวาง Timeline การเติบโตของพอร์ทไว้ด้วย
ช่วงนี้รู้สึกได้ว่าตนเองกำลังจะมีอะไรเปลี่ยนแแปลงที่ดีขึ้น ทั้งเรื่อง Forex และ ธุรกิจที่กำลังทำอยู่ รวมถึง ธุรกิจใหม่ที่กำลังจะเริ่มในกลางเดือนหน้า ซึ่งมี ออเดอร์รองรับอยู่แล้ว ขอบคุณพี่ชายที่ให้โอกาสในการทำ และหลังจากอ่านหนังสือ งานไม่ประจำเงินกว่าของคุณ บอย ก็ได้ไอเดียและพลังงานขึ้นมามากโขทีเดียว เป็นแรงผลักอย่างหนึ่งที่ดีทีเดียว
ขอบคุณทุกๆคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
ช่วง 2 วันที่ผ่านมา เราได้ Back test ระบบใหม่ในคู่เงิน AU ผลปรากฎว่า win rate ไม้ที่ 1 อยู่ที่ 52% ส่วน win rate ไม้ที่ 2 อยู่ที่ 82% และ win rate ไม้ที่ 3 อยู่ที่ 100% โดยทดสอบตั้งแต่เดือน มกราคม ถึงปัจจุบัน ซึ่งโดยภาพรวมอยู่ในระดับที่พอใจ
นั่งไปนั่งมา เกิดไอเดียในการวางกลยุทธ์เรื่องการเงินกับพอร์ทขึ้นมาเลยทำไว้เป็น Model คราวๆ และวาง Timeline การเติบโตของพอร์ทไว้ด้วย
ขอบคุณทุกๆคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2559
17th Day
Day 17 : 16/6/2559
หลังจากได้ไอเดียในการปรับแต่งกลยุทธ์ใหม่ ก็ทดลองเข้าออเดอร์ดู โดยจำกัดความเสียของแต่ล่ะออเดอร์ไว้ที่ 2% ปรากฎว่าผลออกมาได้ดีทีเดียว คงต้องเร่งทดสอบแล้ว ประจวบเหมาะกับอาทิตย์หน้าที่เราจะหยุดเทรดไป 1 อาทิตย์
แล้วเจอกัน!!
5 digit: 8.5%
3 digit: 6.1%
หลังจากได้ไอเดียในการปรับแต่งกลยุทธ์ใหม่ ก็ทดลองเข้าออเดอร์ดู โดยจำกัดความเสียของแต่ล่ะออเดอร์ไว้ที่ 2% ปรากฎว่าผลออกมาได้ดีทีเดียว คงต้องเร่งทดสอบแล้ว ประจวบเหมาะกับอาทิตย์หน้าที่เราจะหยุดเทรดไป 1 อาทิตย์
แล้วเจอกัน!!
5 digit: 8.5%
3 digit: 6.1%
วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2559
16th Day
Day 16 : 15/6/2016
ช่วงสองสัปดาห์นี้การเทรดคงทิ้งช่วงห่างหน่อย เนื่องจากลอง Back test ค่าเงิน GU ในช่วงปีที่ผ่านมา พบว่าระบบไม่สามารถทำกำไรได้ เนื่องจากระบบไม่สอดคล้องกับสภาวะตลาดช่วงนั้น ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเกิดลักษณะนี้ในคู่เงินอื่นๆ และช่วงเวลาอื่นๆในอนาคต ทำให้เราเกิดความไม่มั่นใจในระบบที่วางไว้ จึงมานั่งทบทวนและเพิ่มกลยุทธ์เข้าไปใหม่จนเมื่อเช้านี้ก็เกิดไอเดียขึ้นมา ซึ่งจะต้องทดลอง Back test ดูผล โดยใช้ข้อมูลเดิมของ คู่เงิน GU มาทำการทดสอบ
อีกประเด็นคือ ใกล้ถึงวันที่ Briton จะ โหวตเพื่อออก จาก EU หรือไม่ ทำให้ Broker ต่างปรับลด Leverage กันยกใหญ่ ดูจากสถานการณ์แล้ว น่าจะมีความผันผวนสูง
แล้วพบกันในอีก 2 อาทิตย์
ช่วงสองสัปดาห์นี้การเทรดคงทิ้งช่วงห่างหน่อย เนื่องจากลอง Back test ค่าเงิน GU ในช่วงปีที่ผ่านมา พบว่าระบบไม่สามารถทำกำไรได้ เนื่องจากระบบไม่สอดคล้องกับสภาวะตลาดช่วงนั้น ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเกิดลักษณะนี้ในคู่เงินอื่นๆ และช่วงเวลาอื่นๆในอนาคต ทำให้เราเกิดความไม่มั่นใจในระบบที่วางไว้ จึงมานั่งทบทวนและเพิ่มกลยุทธ์เข้าไปใหม่จนเมื่อเช้านี้ก็เกิดไอเดียขึ้นมา ซึ่งจะต้องทดลอง Back test ดูผล โดยใช้ข้อมูลเดิมของ คู่เงิน GU มาทำการทดสอบ
อีกประเด็นคือ ใกล้ถึงวันที่ Briton จะ โหวตเพื่อออก จาก EU หรือไม่ ทำให้ Broker ต่างปรับลด Leverage กันยกใหญ่ ดูจากสถานการณ์แล้ว น่าจะมีความผันผวนสูง
แล้วพบกันในอีก 2 อาทิตย์
วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2559
15th Day
Day 15 : 10/6/2559
หลังจากทดลองปรับ MM แล้วทดลองใช้ในวันที่ 9 มิย ก็พบว่า MM ยังคงสูงอยู่ซึ่งจะส่งผลต่อสภาวะจิตใจของเรา ทำให้ต้องมานั่งปรับ MM กันอีกครั้ง ซึ่งได้ทดลองในวันที่ 10 มิย ผลออกมาก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ โดยเราชั่งน้ำหนัก % การวางเงินไว้ที่ RRR 1:1 มากที่สุด เนื่องจากผลการ back test ออกมาพบว่า win rate ratio อยู่ที่ 70% ส่วน RRR 1:2 นั้นวางเงินไว้น้อยที่สุด เนื่องจาก win rate ratio อยู่ที่ประมาณ 30% ก็ถือว่าเป็นตัวสร้างกำไรเล็กๆน้อยๆ แต่ยังไงแล้วถ้าเก็บข้อมูลได้มากพอ ก็อาจจะปรับ การวางเงินได้อีกครั้งหาก ผลการเติบโต RRR 1:2 นั้น น่าพอใจ
ตลาดวันที่ 9 มิย หลายคู่วิ่งมาจนถึงแนว Support และ Resistance ทำให้เกิดอาการวิ่งช้าๆไม่รุนแรง บางคู่ก็ขอ side way ก่อน จนสุดท้ายคู่ XXXUSD ก็ปรับตัวลงมา ในวันศุกร์สุดสัปดาห์ที่ 10 มิย
โดยภาพรวมสองวันที่ผ่านมา ไม่มีการเข้าออเดอร์ผิด จิตใจนิ่งได้พอสมควร
ตลาดปิดวันศุกร์ยังมี ออเดอร์ค้างอยู่ เนื่องจากวิ่งยังไม่ถึง TP แต่เปิดตลาดมาเช้าวันจันทร์คงต้องปิดออกไปก่อน ตามกฎที่วางไว้
ลองแนบการเข้า GBPUSD กับ USDJPY เก็บไว้ดู
GBPUSD
หลังจากทดลองปรับ MM แล้วทดลองใช้ในวันที่ 9 มิย ก็พบว่า MM ยังคงสูงอยู่ซึ่งจะส่งผลต่อสภาวะจิตใจของเรา ทำให้ต้องมานั่งปรับ MM กันอีกครั้ง ซึ่งได้ทดลองในวันที่ 10 มิย ผลออกมาก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ โดยเราชั่งน้ำหนัก % การวางเงินไว้ที่ RRR 1:1 มากที่สุด เนื่องจากผลการ back test ออกมาพบว่า win rate ratio อยู่ที่ 70% ส่วน RRR 1:2 นั้นวางเงินไว้น้อยที่สุด เนื่องจาก win rate ratio อยู่ที่ประมาณ 30% ก็ถือว่าเป็นตัวสร้างกำไรเล็กๆน้อยๆ แต่ยังไงแล้วถ้าเก็บข้อมูลได้มากพอ ก็อาจจะปรับ การวางเงินได้อีกครั้งหาก ผลการเติบโต RRR 1:2 นั้น น่าพอใจ
ตลาดวันที่ 9 มิย หลายคู่วิ่งมาจนถึงแนว Support และ Resistance ทำให้เกิดอาการวิ่งช้าๆไม่รุนแรง บางคู่ก็ขอ side way ก่อน จนสุดท้ายคู่ XXXUSD ก็ปรับตัวลงมา ในวันศุกร์สุดสัปดาห์ที่ 10 มิย
โดยภาพรวมสองวันที่ผ่านมา ไม่มีการเข้าออเดอร์ผิด จิตใจนิ่งได้พอสมควร
ตลาดปิดวันศุกร์ยังมี ออเดอร์ค้างอยู่ เนื่องจากวิ่งยังไม่ถึง TP แต่เปิดตลาดมาเช้าวันจันทร์คงต้องปิดออกไปก่อน ตามกฎที่วางไว้
ลองแนบการเข้า GBPUSD กับ USDJPY เก็บไว้ดู
GBPUSD
USDJPY
5 digit: +3.74%
3 digit: -9.03%
วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2559
14th Day
Day 14 : 8/6/2559
วันนี้ดูจากแนวโน้ม บวกกับสัญญาณของระบบจึงเข้าออเดอร์ไปทั้งหมด 4 คู่ ซึ่งเราทำการปรับ MM มากเกินไป จึงทำให้ตัวเลขในพอร์ตสวิงอยู่ค่อนข้างมาก ตกกลางคืนเลยมานั่งปรับ MM เพื่อให้เหมาะสมกับ Port นั่งไปนั่งมาก็เกิดไอเดียในการตั้ง Target ไว้กับ พอร์ตและตัวเอง เอาไว้เป็น Road map สำหรับการเดินทางในสายนี้
เรื่องการเทรดนั้น สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นอกเหนือจากการฝึกฝนและหาความรู้แล้ว ก็คือสุขภาพที่ดี เพราะฉะนั้นการออกกำลังกายเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งในกิจกรรม เราบอกได้เลยว่า การออกกำลังกายเพียงวันละ 1 ชั่วโมงจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับเราได้ทั้งวันเลยที่เดียว หากใครมีโอกาสดูคลิปของ Mudley แล้ว พี่ต้านแนะนำให้ ว่ายน้ำนานถึง 30 นาทีเลยที่เดียว โหดมาก....
5 digit: +11.42%
3 digit: +3.52%
วันนี้ดูจากแนวโน้ม บวกกับสัญญาณของระบบจึงเข้าออเดอร์ไปทั้งหมด 4 คู่ ซึ่งเราทำการปรับ MM มากเกินไป จึงทำให้ตัวเลขในพอร์ตสวิงอยู่ค่อนข้างมาก ตกกลางคืนเลยมานั่งปรับ MM เพื่อให้เหมาะสมกับ Port นั่งไปนั่งมาก็เกิดไอเดียในการตั้ง Target ไว้กับ พอร์ตและตัวเอง เอาไว้เป็น Road map สำหรับการเดินทางในสายนี้
เรื่องการเทรดนั้น สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นอกเหนือจากการฝึกฝนและหาความรู้แล้ว ก็คือสุขภาพที่ดี เพราะฉะนั้นการออกกำลังกายเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งในกิจกรรม เราบอกได้เลยว่า การออกกำลังกายเพียงวันละ 1 ชั่วโมงจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับเราได้ทั้งวันเลยที่เดียว หากใครมีโอกาสดูคลิปของ Mudley แล้ว พี่ต้านแนะนำให้ ว่ายน้ำนานถึง 30 นาทีเลยที่เดียว โหดมาก....
5 digit: +11.42%
3 digit: +3.52%
วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2559
13th Day
Day 13 : 8/6/2559
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั่งทบทวนระบบที่เพิ่งเรียนมา แล้วทำ Handbook สรุปให้กับพี่ชาย โดยระบบนี้ เน้นให้เทรดช่วงเวลา 9โมงเช้า ถึง6โมงเย็นซึ่งไม่เหมาะกับเรา เพราะยังมีงานประจำที่ต้องทำอยู่ เลยคิดว่าอาจจะต้องแหกกฎไป เทรดตลาด New York แต่ก่อนจะลงมือก็ต้อง Back test พร้อมกับทดลอง Demo ก่อน เพื่อหาช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะบางวันก็ใช้เวลาช่วงค่ำไปกับการเลี้ยงลูก พอจะเข้าเทรดก็ง่วง หลับไปซ่ะงั้น
ส่วนระบบของตัวเองก็ค่อยๆทะยอย Back test ต่อไป โดยมองว่าจะเพิ่มคู่เงินเข้าไป เพื่อสร้างโอกาสในการเล่นเพิ่มขึ้น เพราะจากที่ดูผล Back test บางช่วงที่คู่เงินเกิดอาการ Side way ก็จะใช้เวลาเป็นอาทิตย์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องมานั่งปรับ MM กันใหม่ เพื่อให้เงินทุน cover กับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น
หลังจากตลาดรับข่าว Non-farm ไปเมื่อวันศุกร์ หลายคู่เงินในวันจันทร์ ก็วิ่งแบบซึมๆ ซึ่งระบบก็ไม่มีสัญญาณให้เข้าออเดอร์ด้วยเลยนิ่งๆไว้
วันอังคาร มีสัญญาณจากคู่เงิน AU ก็เลยเข้าไว้ และสามารถปิดกำไรได้ทั้งหมด ส่วนคู่ UJ ก็มีสัญญาณเข้าออเดอร์ แต่ยังไม่สามารถปิดออเดอร์ได้ เนื่องจากราคาวิ่งไม่แรง คงจะรอข่าวในเช้าวันพุธ
5 digit : +4.09%
3 digit : 0%
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั่งทบทวนระบบที่เพิ่งเรียนมา แล้วทำ Handbook สรุปให้กับพี่ชาย โดยระบบนี้ เน้นให้เทรดช่วงเวลา 9โมงเช้า ถึง6โมงเย็นซึ่งไม่เหมาะกับเรา เพราะยังมีงานประจำที่ต้องทำอยู่ เลยคิดว่าอาจจะต้องแหกกฎไป เทรดตลาด New York แต่ก่อนจะลงมือก็ต้อง Back test พร้อมกับทดลอง Demo ก่อน เพื่อหาช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะบางวันก็ใช้เวลาช่วงค่ำไปกับการเลี้ยงลูก พอจะเข้าเทรดก็ง่วง หลับไปซ่ะงั้น
ส่วนระบบของตัวเองก็ค่อยๆทะยอย Back test ต่อไป โดยมองว่าจะเพิ่มคู่เงินเข้าไป เพื่อสร้างโอกาสในการเล่นเพิ่มขึ้น เพราะจากที่ดูผล Back test บางช่วงที่คู่เงินเกิดอาการ Side way ก็จะใช้เวลาเป็นอาทิตย์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องมานั่งปรับ MM กันใหม่ เพื่อให้เงินทุน cover กับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น
หลังจากตลาดรับข่าว Non-farm ไปเมื่อวันศุกร์ หลายคู่เงินในวันจันทร์ ก็วิ่งแบบซึมๆ ซึ่งระบบก็ไม่มีสัญญาณให้เข้าออเดอร์ด้วยเลยนิ่งๆไว้
วันอังคาร มีสัญญาณจากคู่เงิน AU ก็เลยเข้าไว้ และสามารถปิดกำไรได้ทั้งหมด ส่วนคู่ UJ ก็มีสัญญาณเข้าออเดอร์ แต่ยังไม่สามารถปิดออเดอร์ได้ เนื่องจากราคาวิ่งไม่แรง คงจะรอข่าวในเช้าวันพุธ
5 digit : +4.09%
3 digit : 0%
วันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2559
12th Day
Day12 : 3/6/2016
Non-farm Day
วันนี้เป็นวันข่าวแรงแห่งชาติอีกวันหนึ่ง ซึ่งก็ออกมาได้แรงดีซ่ะเหลือเกินเอาซ่ะฝ่ายหนึ่งมีรวย และอีกฝ่ายหนึ่งมีล้มละลายเลยที่เดียว
2 คู่เงินที่เทรดอยู่วันนี้โดยภาพรวมหลังปรับสภาพจิตใจ โดยการนั่งเฉยๆ ทบทวน และลอง Back test แล้วสามารถเข้าออเดอร์ได้ตามระบบที่กำหนด และราคาก็วิ่ง side way จนมาถึงข่าว Non-farm
คู่ EU นั้นเราเปิด Sell เอาไว้แต่สุดท้ายตลาดเลือกไปทาง Buy ทำให้ออเดอร์ถูกปิดสูงกว่า Stop loss ไป 400 จุดซึ่งเป็นผลมาจากข่าวนั้นเอง
Non-farm Day
วันนี้เป็นวันข่าวแรงแห่งชาติอีกวันหนึ่ง ซึ่งก็ออกมาได้แรงดีซ่ะเหลือเกินเอาซ่ะฝ่ายหนึ่งมีรวย และอีกฝ่ายหนึ่งมีล้มละลายเลยที่เดียว
2 คู่เงินที่เทรดอยู่วันนี้โดยภาพรวมหลังปรับสภาพจิตใจ โดยการนั่งเฉยๆ ทบทวน และลอง Back test แล้วสามารถเข้าออเดอร์ได้ตามระบบที่กำหนด และราคาก็วิ่ง side way จนมาถึงข่าว Non-farm
คู่ EU นั้นเราเปิด Sell เอาไว้แต่สุดท้ายตลาดเลือกไปทาง Buy ทำให้ออเดอร์ถูกปิดสูงกว่า Stop loss ไป 400 จุดซึ่งเป็นผลมาจากข่าวนั้นเอง
ทำให้ คู่ UJ ที่เราเปิด Sell เอาไว้ต้องคำนวณระยะ Take profit ใหม่ ซึ่งเราไม่ได้หวังให้ได้กำไร เพียงแต่ให้ cover การ loss ให้มากที่สุด เท่านั้นเอง สุดท้ายก็สามารถปิดลงได้ โดย cover อัตราการ loss จาก -17.86% เหลือ - 6.39% ซึ่งถ้ามาดูราคาตอนปิดตลาดแล้วคิดว่าถ้าปล่อยราคาต่อไปก็จะสามารถ cover loss ได้ทั้งหมด แต่เราไม่เลือกที่จะทำ!!
เพราะการทำแบบนี้ เราก็จะวนกลับไปเหมือนเดิมอีกครั้ง และผลที่ตามมาคือ mind set เสียแน่นอน เพราะสุดท้ายแล้ว เราไม่มีทางรู้ว่าตลาดจะไปทางไหน การสร้าง Bias ให้กับตัวเอง เพียงเพื่อหวังว่าเราจะต้องได้กำไรตลอดนั้น ไม่มีผลดีในระยะยาว เราควรต้องปรับกระบวนการใหม่ เพื่อผลลัพท์ที่แตกต่าง #มูริโย่ไม่ได้กล่าวไว้
สุดสัปดาห์นี้ยังมีงานพัฒนาอีกมากที่จะต้องทำ เพื่อเตรียมรับมือกับ สัปดาห์ต่อไป
EU: -17.86%
UJ: +11.47%
วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2559
10 ข้อควรคิด เพื่อเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น
เราเชื่อว่าถ้าเราอยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบไหน เราจะได้รับพลังจากสิ่งแวดล้อมนั้น ไม่มากก็น้อย เรามีสิทธิที่จะเลือกว่า เราต้องการไปอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหนก็ได้ครับ แล้วทุกสิ่งจะเปิด และต้อนรับให้เราไปสัมผัสเสมอ
บทความข้างล่างเราได้อ่านมันจาก Forex risk way ซึ่งเค้าให้เครดิต คุณ ภาววิทย์ กลิ่นประทุมครับ ซึ่งเราเชื่อว่า บทความนี้ถูกส่งต่อมาจากสภาพแวดล้อมที่เราเลือกครับ อ่านแล้วทำให้เข็มทิศของเราชัดขึ้นครับ
ใครๆ ก็ทราบ ว่า ความรู้สูงสุดของโลกนี้ ก็คือ "รู้งี้" เพราะ รู้งี้กรูรวยไปแล้ว ...เอาจริงๆ นะ ผมว่า ก่อนเราจะรู้งี้ เราเอาเรื่อง รู้งี้ของคนส่วนใหญ่ 10 ข้อ มานั่งชำแหละกัน เพื่อเราจะได้ไม่ต้องรู้งี้ มันน่าจะ work กว่าครับพี่น้อง สมัยเด็กๆ ผมเชื่อว่า สิ่งที่เขาสอนๆ กัน มามันต้องดีดิ ..แต่วันนี้ผมรู้แล้วว่า อะไรก็ตามที่สอนๆ กันมา มันดีสำหรับคนส่วนใหญ่เท่านั้น ...ซึ่งคนส่วนใหญ่ผมไม่อยากเป็นไง ..อยากเป็นคนส่วนน้อยที่รวย เป็นคนส่วนน้อยที่สบาย ..เป็นคนส่วนน้อยที่ชีวิตเลือกทางเดินเอง เลือกงานเอง เลือกใช้ในแบบของตัวเอง เอ้ามาดูกัน 1. "คนส่วนใหญ่เชื่อว่า ถ้าทำเหมือนเดิมซ้ำๆมัน สุดท้ายผลลัพธ์จะเปลี่ยน" ...คนส่วนใหญ่เลยทำงาน ทำเหมือนเดิม ทำไปเรื่อยๆ โดยหวังว่า การทำเหมือนเดิมนี่แหละ สุดท้ายจะเปลี่ยนให้เขารวย ...ไม่ครับ!! การทำเหมือนเดิม ผลลัพธ์ก็ออกมาเหมือนเดิม ...เปลี่ยนสิ่งที่ทำ วิธีที่ทำ อะไรที่เคยทำ นั่นแหละ ไม่ work ถ้าต้องการผลลัพธ์ใหม่ --ที่ work คือ "ทำแบบใหม่" (คิด) 2. "คนส่วนใหญ่เชื่อว่า วันนี้ยอมทำงานหนัก พอถึงเวลาเกษียณแล้วจะสบาย" ..ไม่จริง!! สิ่งทีี่ทำมันจะส่งผลต่อผลลัพธ์แบบมีเหตุมีผลอยู่แล้ว ...ถ้าเราทำงานหนัก แล้วชีวิตยังไม่สบาย ..ถ้าเกษียณแล้วทำงานน้อยลง มันก็แคทำงานลดลง แต่เครียดเรื่องเงินมากขึ้น -- ถ้าจะสบาย เรียนวิธีการทำงานแบบใหม่ซิ "ลดแรงงานลง เพิ่มความคิดมากขึ้น ทำหนึ่ง ให้ได้ผลสอง ..ให้ได้ 3 ..ให้ได้ 10 (ยากตรงทำ 1 ได้ 10 เพราะ นั่นคือ การเปลี่ยนวิธีทำใหม่ เช่น ใช้เครื่องทุ่นแรง ...(คิด)) 3. "คนส่วนใหญ่คิดว่า คนรวย เพราะ มีรายได้เยอะ และมีเงินก้อน" ...ทำให้คนส่วนใหญ่หาวิธีได้รายได้เยอะๆ เงินเป็นก้อนๆ ..ก็มีเลยคิดได้ว่า ต้อง ถูกหวย , รับสินบน , โกง ...แต่ในความจริง คนรวย เพราะ เขามีวิธีทำเงินอีกรูปแบบ คือ "มุ่งสร้างกระแสเงินสด" ...ลองคิดซิว่า ทำอะไรก็ได้ ที่ทำให้เงินไหลเข้ามาหาเราเรื่อยๆ ไม่ต้องเยอะ แต่สม่ำเสมอ อันนี้แหละวิธีคิดคนรวย ...สร้างให้เช่า / สร้างแล้วเก็บค่าเข้า / ทำแล้วค่อยๆเก็บเงินจากสิ่งที่ทำ / ปลูกแล้วรับผลเรื่อยๆ -- "ทำทีเดียว แต่รับเงินเรื่อยๆ ไม่ต้องเยอะ แต่วิธีนี้แหละรวย" 4. "คนส่วนใหญ่คิดว่า เรียนสูงๆ หางานมั่นคง จะการันตีชีวิตมั่นคง" ..แต่ในความเป็นจริง ความมั่นคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนอื่น ไม่ได้ขึ้นกับบริษัท แต่ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง ...กลับมาที่โจทย์ "ทำครั้งเดียว แต่ได้เรื่อยๆ" นี่ต่างหากที่คนส่วนใหญ่ไม่ทำ ...สิ่งที่คนส่วนใหญ่คิดว่ามั่นคง จริงๆ คือ กับดัก ..มันคือ ภาพลวง ...ของจริง ต้อง "เหนื่อยครั้งเดียว แต่ได้เงินเรื่อยๆ" 5. "คนส่วนใหญ่คิดว่าหุ้นเสี่ยง" ..แต่จริงๆ สิ่งที่เสี่ยงกว่าหุ้นคือ "เงินฝาก" เพราะ มันการันตีว่า มูลค่าลดลงเรื่อยๆ ...เงินก็เหมือนน้ำแข็ง วางไว้เฉยๆ มูลค่าก็จะละลาย ...คนส่วนใหญ่ที่ยากจน ไม่ใช่เพราะหาเงินไม่เป็น (ใครๆ ก็หาเงินเป็น) ...แต่ที่ยากจน เพราะ วางเงินทำงานไม่เป็น ...การวางเงินทำงานก็คือ เอาเงินไปซื้อสินทรัพย์ที่ซื้อครั้งเดียว แล้วให้เงินเราเรื่อยๆ เช่น หุ้นปันผล -- หุ้นไม่ได้เสี่ยง วิธีการเล่นหุ้นของคนส่วนใหญ่ต่างหากที่เสี่ยง เพราะ เขาไม่ได้ซื้อลงทุน แต่เขาเก็งการซื้อขายเหมือนการพนัน ..."จน ก็เพราะ วิธีเล่น ผิด" 6. "หาเงินมาแล้ว เก็บ ประหยัด ถึงจะรวย" ...วิธีคิดนี้โบราณแล้ว ...ทุกวันนี้หาเงินได้ ต้องการเอาลงทุน ...ลงทุน คือ การซื้อสินทรัพย์ ...ยุคนี้ ต้อง "จ่ายเงิน ให้รวยขึ้น" ...เพราะ เก็บเงินมีแต่จนลง ...จ่ายฉลาด จ่ายซื้อ Asset ..จ่ายลงทุน ..จ่ายซื้อสิ่งที่เพิ่มมูลค่า แล้วค่อยเก็บสะสม นี่คือ วิธีคิดของคนรวย 7. "เรียนให้สูง หาความรู้ให้มาก จะได้โอกาสดีในชีวิต" ..เดี๋ยวนี้มันต้องทำตรงข้าม แทนที่จะหาความรู้ (ซึ่งใครๆ ก็หาความรู้) ให้ "สร้างความรู้" ...การสร้างความรู้ คือ ต้องคิดองค์ความรู้ใหม่ ...วิธีนี้ก้าวหน้าไปอีกขั้น เพราะ ก่อนคุณจะสร้างความรู้ คุณต้องขวนขวายหาความรู้ก่อน -- ลองเปลี่ยนโจทย์เป็นว่า "ฉันจะสร้างความรู้อะไรให้คนรอบข้าง เก่งขึ้น ชีวิตดีขึ้น รวยขึ้น" 8. "การให้ ทำให้เราจนลง" ...อันนี้ล้าสมัยสุดๆ ...ทุกวันใครอยากมีโอกาสในชีวิตมากเท่าไหร่ ให้สร้างโอกาสในการให้ ...ให้คนอื่น ..ทำเพื่อคนอื่น ...คิดเพื่อคนอื่น ...ทำอะไรก็ได้ เพื่อคนอื่น นั่นแหละ การสร้างโอกาสในชีวิตให้ตัวเราเอง -- ทุกวันนี้เราถูกตัดสินความสามารถ จากการทำเพื่อคนอื่น "ใช้แรงให้น้อย แต่สร้างประโยชน์เพื่อคนอื่นให้เยอะ นี่คือ ความเก่งในยุคนี้" 9. "คนส่วนใหญ่คิดว่า การทำอะไรใหม่ๆ คือ ความเสี่ยง" ...ถูกต้อง !! การทำอะไรใหม่ๆ มีความเสี่ยงที่สิ่งที่เราทำจะไม่ได้รับการยอมรับ ทำให้คนส่วนใหญ่ที่กลัวการถูกปฏิเสธ ยอมทำสิ่งเดิม จนในที่สุด ล้าสมัย รายได้ลดลง ตลาดเล็กลง และ สิ่งนั้นก็ตายไปในที่สุด ...การวิ่งเข้าหาความเสี่ยง ทำอะไรใหม่ๆ ทำอะไรที่เราอึดอัดต่างหาก ที่ให้รางวัลในชีวิต 10. "คนส่วนใหญ่คิดว่า เก็บเงินให้ลูกมากๆ แล้วจะดี" ...ผิดอย่างแรง ..สิ่งที่พ่อแม่ยุคนี้ทำร้ายลูกมากที่สุด คือ เก็บเงินมากๆ ให้ลูก ..เพราะ เงินสามารถแก้ปัญหาชีวิตได้ก็จริง แต่เงินสามารถแก้ปัญหาให้คนที่หาเงินเป็นเท่านั้น ..คนที่หาเงินไม่เป็น ยิ่งมีเงินมาก ยิ่งซวย เพราะ เงินก็เหมือนปืน ...อาวุธจะมีประโยชน์ต่อเมื่อเราใช้เป็น -- การเก็บเงินให้ลูกไม่ได้ผิด แต่การเลี้ยงโดยให้แต่เงินนั่นแหละ ทำร้ายลูกอย่างแรง ...ถ้าเลือกได้ ให้โอกาสในการหาเงิน ดีกว่าให้เงิน ใช้โอกาสนั้น เป็นสะพานให้ลูกเรียนรู้ที่ เขาจะหาเงินได้เอง ..."ให้ลูกรับผิดชอบธุรกิจ ..สอนให้เขาหาเงินเอง นั่นคือ ทางที่ถูกต้อง"
บทความข้างล่างเราได้อ่านมันจาก Forex risk way ซึ่งเค้าให้เครดิต คุณ ภาววิทย์ กลิ่นประทุมครับ ซึ่งเราเชื่อว่า บทความนี้ถูกส่งต่อมาจากสภาพแวดล้อมที่เราเลือกครับ อ่านแล้วทำให้เข็มทิศของเราชัดขึ้นครับ
ใครๆ ก็ทราบ ว่า ความรู้สูงสุดของโลกนี้ ก็คือ "รู้งี้" เพราะ รู้งี้กรูรวยไปแล้ว ...เอาจริงๆ นะ ผมว่า ก่อนเราจะรู้งี้ เราเอาเรื่อง รู้งี้ของคนส่วนใหญ่ 10 ข้อ มานั่งชำแหละกัน เพื่อเราจะได้ไม่ต้องรู้งี้ มันน่าจะ work กว่าครับพี่น้อง สมัยเด็กๆ ผมเชื่อว่า สิ่งที่เขาสอนๆ กัน มามันต้องดีดิ ..แต่วันนี้ผมรู้แล้วว่า อะไรก็ตามที่สอนๆ กันมา มันดีสำหรับคนส่วนใหญ่เท่านั้น ...ซึ่งคนส่วนใหญ่ผมไม่อยากเป็นไง ..อยากเป็นคนส่วนน้อยที่รวย เป็นคนส่วนน้อยที่สบาย ..เป็นคนส่วนน้อยที่ชีวิตเลือกทางเดินเอง เลือกงานเอง เลือกใช้ในแบบของตัวเอง เอ้ามาดูกัน 1. "คนส่วนใหญ่เชื่อว่า ถ้าทำเหมือนเดิมซ้ำๆมัน สุดท้ายผลลัพธ์จะเปลี่ยน" ...คนส่วนใหญ่เลยทำงาน ทำเหมือนเดิม ทำไปเรื่อยๆ โดยหวังว่า การทำเหมือนเดิมนี่แหละ สุดท้ายจะเปลี่ยนให้เขารวย ...ไม่ครับ!! การทำเหมือนเดิม ผลลัพธ์ก็ออกมาเหมือนเดิม ...เปลี่ยนสิ่งที่ทำ วิธีที่ทำ อะไรที่เคยทำ นั่นแหละ ไม่ work ถ้าต้องการผลลัพธ์ใหม่ --ที่ work คือ "ทำแบบใหม่" (คิด) 2. "คนส่วนใหญ่เชื่อว่า วันนี้ยอมทำงานหนัก พอถึงเวลาเกษียณแล้วจะสบาย" ..ไม่จริง!! สิ่งทีี่ทำมันจะส่งผลต่อผลลัพธ์แบบมีเหตุมีผลอยู่แล้ว ...ถ้าเราทำงานหนัก แล้วชีวิตยังไม่สบาย ..ถ้าเกษียณแล้วทำงานน้อยลง มันก็แคทำงานลดลง แต่เครียดเรื่องเงินมากขึ้น -- ถ้าจะสบาย เรียนวิธีการทำงานแบบใหม่ซิ "ลดแรงงานลง เพิ่มความคิดมากขึ้น ทำหนึ่ง ให้ได้ผลสอง ..ให้ได้ 3 ..ให้ได้ 10 (ยากตรงทำ 1 ได้ 10 เพราะ นั่นคือ การเปลี่ยนวิธีทำใหม่ เช่น ใช้เครื่องทุ่นแรง ...(คิด)) 3. "คนส่วนใหญ่คิดว่า คนรวย เพราะ มีรายได้เยอะ และมีเงินก้อน" ...ทำให้คนส่วนใหญ่หาวิธีได้รายได้เยอะๆ เงินเป็นก้อนๆ ..ก็มีเลยคิดได้ว่า ต้อง ถูกหวย , รับสินบน , โกง ...แต่ในความจริง คนรวย เพราะ เขามีวิธีทำเงินอีกรูปแบบ คือ "มุ่งสร้างกระแสเงินสด" ...ลองคิดซิว่า ทำอะไรก็ได้ ที่ทำให้เงินไหลเข้ามาหาเราเรื่อยๆ ไม่ต้องเยอะ แต่สม่ำเสมอ อันนี้แหละวิธีคิดคนรวย ...สร้างให้เช่า / สร้างแล้วเก็บค่าเข้า / ทำแล้วค่อยๆเก็บเงินจากสิ่งที่ทำ / ปลูกแล้วรับผลเรื่อยๆ -- "ทำทีเดียว แต่รับเงินเรื่อยๆ ไม่ต้องเยอะ แต่วิธีนี้แหละรวย" 4. "คนส่วนใหญ่คิดว่า เรียนสูงๆ หางานมั่นคง จะการันตีชีวิตมั่นคง" ..แต่ในความเป็นจริง ความมั่นคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนอื่น ไม่ได้ขึ้นกับบริษัท แต่ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง ...กลับมาที่โจทย์ "ทำครั้งเดียว แต่ได้เรื่อยๆ" นี่ต่างหากที่คนส่วนใหญ่ไม่ทำ ...สิ่งที่คนส่วนใหญ่คิดว่ามั่นคง จริงๆ คือ กับดัก ..มันคือ ภาพลวง ...ของจริง ต้อง "เหนื่อยครั้งเดียว แต่ได้เงินเรื่อยๆ" 5. "คนส่วนใหญ่คิดว่าหุ้นเสี่ยง" ..แต่จริงๆ สิ่งที่เสี่ยงกว่าหุ้นคือ "เงินฝาก" เพราะ มันการันตีว่า มูลค่าลดลงเรื่อยๆ ...เงินก็เหมือนน้ำแข็ง วางไว้เฉยๆ มูลค่าก็จะละลาย ...คนส่วนใหญ่ที่ยากจน ไม่ใช่เพราะหาเงินไม่เป็น (ใครๆ ก็หาเงินเป็น) ...แต่ที่ยากจน เพราะ วางเงินทำงานไม่เป็น ...การวางเงินทำงานก็คือ เอาเงินไปซื้อสินทรัพย์ที่ซื้อครั้งเดียว แล้วให้เงินเราเรื่อยๆ เช่น หุ้นปันผล -- หุ้นไม่ได้เสี่ยง วิธีการเล่นหุ้นของคนส่วนใหญ่ต่างหากที่เสี่ยง เพราะ เขาไม่ได้ซื้อลงทุน แต่เขาเก็งการซื้อขายเหมือนการพนัน ..."จน ก็เพราะ วิธีเล่น ผิด" 6. "หาเงินมาแล้ว เก็บ ประหยัด ถึงจะรวย" ...วิธีคิดนี้โบราณแล้ว ...ทุกวันนี้หาเงินได้ ต้องการเอาลงทุน ...ลงทุน คือ การซื้อสินทรัพย์ ...ยุคนี้ ต้อง "จ่ายเงิน ให้รวยขึ้น" ...เพราะ เก็บเงินมีแต่จนลง ...จ่ายฉลาด จ่ายซื้อ Asset ..จ่ายลงทุน ..จ่ายซื้อสิ่งที่เพิ่มมูลค่า แล้วค่อยเก็บสะสม นี่คือ วิธีคิดของคนรวย 7. "เรียนให้สูง หาความรู้ให้มาก จะได้โอกาสดีในชีวิต" ..เดี๋ยวนี้มันต้องทำตรงข้าม แทนที่จะหาความรู้ (ซึ่งใครๆ ก็หาความรู้) ให้ "สร้างความรู้" ...การสร้างความรู้ คือ ต้องคิดองค์ความรู้ใหม่ ...วิธีนี้ก้าวหน้าไปอีกขั้น เพราะ ก่อนคุณจะสร้างความรู้ คุณต้องขวนขวายหาความรู้ก่อน -- ลองเปลี่ยนโจทย์เป็นว่า "ฉันจะสร้างความรู้อะไรให้คนรอบข้าง เก่งขึ้น ชีวิตดีขึ้น รวยขึ้น" 8. "การให้ ทำให้เราจนลง" ...อันนี้ล้าสมัยสุดๆ ...ทุกวันใครอยากมีโอกาสในชีวิตมากเท่าไหร่ ให้สร้างโอกาสในการให้ ...ให้คนอื่น ..ทำเพื่อคนอื่น ...คิดเพื่อคนอื่น ...ทำอะไรก็ได้ เพื่อคนอื่น นั่นแหละ การสร้างโอกาสในชีวิตให้ตัวเราเอง -- ทุกวันนี้เราถูกตัดสินความสามารถ จากการทำเพื่อคนอื่น "ใช้แรงให้น้อย แต่สร้างประโยชน์เพื่อคนอื่นให้เยอะ นี่คือ ความเก่งในยุคนี้" 9. "คนส่วนใหญ่คิดว่า การทำอะไรใหม่ๆ คือ ความเสี่ยง" ...ถูกต้อง !! การทำอะไรใหม่ๆ มีความเสี่ยงที่สิ่งที่เราทำจะไม่ได้รับการยอมรับ ทำให้คนส่วนใหญ่ที่กลัวการถูกปฏิเสธ ยอมทำสิ่งเดิม จนในที่สุด ล้าสมัย รายได้ลดลง ตลาดเล็กลง และ สิ่งนั้นก็ตายไปในที่สุด ...การวิ่งเข้าหาความเสี่ยง ทำอะไรใหม่ๆ ทำอะไรที่เราอึดอัดต่างหาก ที่ให้รางวัลในชีวิต 10. "คนส่วนใหญ่คิดว่า เก็บเงินให้ลูกมากๆ แล้วจะดี" ...ผิดอย่างแรง ..สิ่งที่พ่อแม่ยุคนี้ทำร้ายลูกมากที่สุด คือ เก็บเงินมากๆ ให้ลูก ..เพราะ เงินสามารถแก้ปัญหาชีวิตได้ก็จริง แต่เงินสามารถแก้ปัญหาให้คนที่หาเงินเป็นเท่านั้น ..คนที่หาเงินไม่เป็น ยิ่งมีเงินมาก ยิ่งซวย เพราะ เงินก็เหมือนปืน ...อาวุธจะมีประโยชน์ต่อเมื่อเราใช้เป็น -- การเก็บเงินให้ลูกไม่ได้ผิด แต่การเลี้ยงโดยให้แต่เงินนั่นแหละ ทำร้ายลูกอย่างแรง ...ถ้าเลือกได้ ให้โอกาสในการหาเงิน ดีกว่าให้เงิน ใช้โอกาสนั้น เป็นสะพานให้ลูกเรียนรู้ที่ เขาจะหาเงินได้เอง ..."ให้ลูกรับผิดชอบธุรกิจ ..สอนให้เขาหาเงินเอง นั่นคือ ทางที่ถูกต้อง"
11th Day
Day11 : 2/6/2559
วันนี้มีรูปประกอบ เพื่อตอกย้ำความช้ำใจ
วันนี้ UJ เข้าออเดอร์ระบบที่สองได้ไกลเคียงกับที่วางไว้ เพราะมาเข้าเมื่อราคาทะลุไปประมาณ 60 จุด ซึ่
ราคาไม่ได้วิ่งไปถึง TP แต่ก็พอมีกำไร จึงปิดออเดอร์นี้ออกไปเมื่อข้ามวัน ส่วนออเดอร์ระบบที่1 สามารถเข้าได้ตั้งแต่เช้า แต่ปิดตาม TP ที่ตั้งไว้
ด้าน EU สัญญาณในช่วงเช้าไม่ได่เข้าเล่น เพราะในใจคิดว่า ราคามันสูงแล้ว แต่ถ้าได้เข้าเล่นก็จะปิดกำไรได้ทั้งหมด ทำให้ต้องมานั่งหาสัญญาณตลอดทั้งวัน จนช่วงเวลาข่าวแดง (วันนี้มี EU bid rate กับ ECB conference) ในใจ Bias ไว้ที่ Buy position จึงต้องออเดอร์ไว้ตามจุดที่กำหนดของระบบ แต่สุดท้ายราคาวิ่งมาแตะออเดอร์แล้วลากลงไปชน Stop loss ซ่ะ!!!! เกิดอาการอารมณ์เสียขั้นที่หนึ่ง ผ่านไป 5 นาทีกลับมาดูกราฟ ปรากฎว่าราคาพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ระดับ ออเดอร์แรกที่ตั้งไว้ เลยจัดการเข้าซ้ำ หวังแก้มือ โดยไม่คำนวณ Risk เพราะใจกลัวไม่ได้ออเดอร์ สุดท้ายตลาดตบร่วงไปชน Stop loss อีกครั้ง เจ็บใจขนาดดดด
วันนี้เลยทำให้นึกถึงประโยคๆหนึ่งซึ่งช่วงนี้ผ่านหูเรามากเหลือเกิน
"คนส่วนใหญ่เชื่อว่า ถ้าทำเหมือนเดิมซ้ำๆมัน สุดท้ายผลลัพธ์จะเปลี่ยน"
เรากำลังทำซ้ำเหมือนที่เทรดมาทุกครั้ง ทั้งที่วางแผน และ Back test มาอย่างดี กำลังนำอารมณ์เข้ามาใช้ในการเทรดอีกครั้ง ซึ่งผลลัพท์ออกมาดูแย่เหมือนทุกครั้ง เพราะฉะนั้นจำไว้ให้ดี......แล้วกลับไปทบทวน และ Back test ซ้ำซ่ะะะะะ....
EU: -18.82%
UJ: +4.1%
วันนี้มีรูปประกอบ เพื่อตอกย้ำความช้ำใจ
วันนี้ UJ เข้าออเดอร์ระบบที่สองได้ไกลเคียงกับที่วางไว้ เพราะมาเข้าเมื่อราคาทะลุไปประมาณ 60 จุด ซึ่
ราคาไม่ได้วิ่งไปถึง TP แต่ก็พอมีกำไร จึงปิดออเดอร์นี้ออกไปเมื่อข้ามวัน ส่วนออเดอร์ระบบที่1 สามารถเข้าได้ตั้งแต่เช้า แต่ปิดตาม TP ที่ตั้งไว้
ด้าน EU สัญญาณในช่วงเช้าไม่ได่เข้าเล่น เพราะในใจคิดว่า ราคามันสูงแล้ว แต่ถ้าได้เข้าเล่นก็จะปิดกำไรได้ทั้งหมด ทำให้ต้องมานั่งหาสัญญาณตลอดทั้งวัน จนช่วงเวลาข่าวแดง (วันนี้มี EU bid rate กับ ECB conference) ในใจ Bias ไว้ที่ Buy position จึงต้องออเดอร์ไว้ตามจุดที่กำหนดของระบบ แต่สุดท้ายราคาวิ่งมาแตะออเดอร์แล้วลากลงไปชน Stop loss ซ่ะ!!!! เกิดอาการอารมณ์เสียขั้นที่หนึ่ง ผ่านไป 5 นาทีกลับมาดูกราฟ ปรากฎว่าราคาพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ระดับ ออเดอร์แรกที่ตั้งไว้ เลยจัดการเข้าซ้ำ หวังแก้มือ โดยไม่คำนวณ Risk เพราะใจกลัวไม่ได้ออเดอร์ สุดท้ายตลาดตบร่วงไปชน Stop loss อีกครั้ง เจ็บใจขนาดดดด
วันนี้เลยทำให้นึกถึงประโยคๆหนึ่งซึ่งช่วงนี้ผ่านหูเรามากเหลือเกิน
"คนส่วนใหญ่เชื่อว่า ถ้าทำเหมือนเดิมซ้ำๆมัน สุดท้ายผลลัพธ์จะเปลี่ยน"
เรากำลังทำซ้ำเหมือนที่เทรดมาทุกครั้ง ทั้งที่วางแผน และ Back test มาอย่างดี กำลังนำอารมณ์เข้ามาใช้ในการเทรดอีกครั้ง ซึ่งผลลัพท์ออกมาดูแย่เหมือนทุกครั้ง เพราะฉะนั้นจำไว้ให้ดี......แล้วกลับไปทบทวน และ Back test ซ้ำซ่ะะะะะ....
EU: -18.82%
UJ: +4.1%
10th Day
Day 10 : 1/6/2559
สัปดาห์ต้นเดือน สัปดาห์แห่งข่าวแดง ซึ่งถ้าใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ จำกัดความเสี่ยง ก็จะช่วยให้เราเทรดได้นิ่งขึ้น
วันนี้ การเทรด 2 ระบบเริ่มเข้าที่ โดยช่วงเช้าวางออเดอร์สำหรับระบบแรก ส่วนระหว่างวันก็หาโอกาสเข้าระบบที่ 2 ผลออกมาดีที่เดียว ถึงแม้ว่าจะมีผิดบางในช่วงแรก แต่ก็สามารถ cover กำไรกลับมาได้ สรุปก็คือ เท่าทุน
ถ้าให้เปรียบเทียบนั้น ระบบแรก เป็นระบบที่ไม่อิงอารมณ์เลย เปิด กราฟ เพื่อตั้ง ออเดอร์ทั้งหมด ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที เพียงแต่ว่า ณ ปัจจุบัน RRR ยังไม่เหมาะสม
แต่ระบบที่ 2 มีเรื่องของการพิจารณากราฟฟิก และ อารมณ์ ร่วมถึงช่วงจังหวะเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งอาจจะทำให้บางทีเราตัดสินใจผิดพลาดบ้าง แต่ RRR นั้นดีกว่า ก็ต้องทดสอบกันต่อไป เพราะช่วงนี้คือช่วงฝึกฝนความแม่นยำ และจิตใจที่มั่นคง
EU: -2.21%
UJ: +2.97%
สัปดาห์ต้นเดือน สัปดาห์แห่งข่าวแดง ซึ่งถ้าใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ จำกัดความเสี่ยง ก็จะช่วยให้เราเทรดได้นิ่งขึ้น
วันนี้ การเทรด 2 ระบบเริ่มเข้าที่ โดยช่วงเช้าวางออเดอร์สำหรับระบบแรก ส่วนระหว่างวันก็หาโอกาสเข้าระบบที่ 2 ผลออกมาดีที่เดียว ถึงแม้ว่าจะมีผิดบางในช่วงแรก แต่ก็สามารถ cover กำไรกลับมาได้ สรุปก็คือ เท่าทุน
ถ้าให้เปรียบเทียบนั้น ระบบแรก เป็นระบบที่ไม่อิงอารมณ์เลย เปิด กราฟ เพื่อตั้ง ออเดอร์ทั้งหมด ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที เพียงแต่ว่า ณ ปัจจุบัน RRR ยังไม่เหมาะสม
แต่ระบบที่ 2 มีเรื่องของการพิจารณากราฟฟิก และ อารมณ์ ร่วมถึงช่วงจังหวะเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งอาจจะทำให้บางทีเราตัดสินใจผิดพลาดบ้าง แต่ RRR นั้นดีกว่า ก็ต้องทดสอบกันต่อไป เพราะช่วงนี้คือช่วงฝึกฝนความแม่นยำ และจิตใจที่มั่นคง
EU: -2.21%
UJ: +2.97%
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






